2006/Jul/06

^ ^

Posted by : Oolong

สวัสดีขอรับทุกท่าน

ข้าน้อยอูหลง วันนี้มาแจ้งข่าวความคืบหน้าให้ฟังกันฮับ

ตอนนี้นิยายเรื่อง Aria of Epic : The song of destiny ก็ได้รับการตีพิมพ์แล้วขอรับ เป็นของสำนักพิมพ์อิสระบุ๊คฮะ
ที่อยู่สำนักพิมพ์งับ >> http://www.issarabooks.com

ใครที่สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่บอร์ดฮะ

http://my.dek-d.com/fear/story/view.php?id=663

ส่วนตอนนี้ข้าน้อยกำลังเขียนภาคต่ออยู่ฮะ

ติดตามตอนต่อและความคืบหน้าแบบต้วมเตี้ยมได้ที่

http://my.dek-d.com/fear/story/view.php?id=139156


และข้างล่างนี้ก็เป็นปกของหนังสือที่จะออกฮะ

หากมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขอะไร ข้าน้อยจะมาแจ้งให้ทราบอีกทีขอรับ

ขอคารวะหนึ่งจอกงามๆ
อูหลง ผู้รักษาการณ์แทนหัวหน้ากลุ่ม



edit @ 2006/10/11 04:25:20

2006/Jan/26

สวัสดีปีใหม่ขอรับ ถึงแม้ว่าอาจจะช้าไปบ้าง... ( รึเปล่า ? ) ก็คงยังไม่สายเกินไปนัก ก็ในเมื่อยังไม่หมดเดือนมกราเลยนี่นา...( แก้ตัวน้ำขุ่นๆ )

เนื่องในโอกาสปีใหม่เข้ามาถึง พวกเราก็ย่อมต้องมีอะไรใหม่ๆเข้ามาในชีวิต และมีอะไรเก่าๆออกไปจากชีวิต ...( เอ๊ะ..ยังไง ? ) ดังนั้นข้าน้อยจึงขอถือโอกาสอัพบลอคเสียใหม่ หลังจากที่ปล่อยให้ฝุ่นเกาะเกลือขึ้นมาเสียนาน

สำหรับใครที่เพิ่งเข้ามาเจอกันเป็นครั้งแรก ( เพราะหลงผิด ) ข้าน้อยจึงขอแนะนำสมาชิกของกลุ่มกันอีกครั้งขอรับ

  • เกี่ยวกับ Mad Tea Party หรือ MTP [ ปาร์ตี้น้ำชาของคนบ้าๆ ]

กลุ่มของพวกเรานี้เกิดขึ้นมาจากการรวมตัวของเหล่าโอตาคุ ( เจ้ย... มะช่าย ) เกิดจากการรวมตัวของพวกที่รักการ์ตูน เล่นเกมส์ และชื่นชอบอะไรเหมือนๆกัน โดยที่สมาชิกทุกคนจะร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานอย่างที่อยากทำ ไม่ว่าจะเป็น โดจิน ฟิคชั่น หรือภาพวาดอิลลัสต์ต่างๆ ความฝันของพวกเราก็คือการได้ทำในสิ่งที่ชอบโดยที่ไม่ทำความเดือดร้อนให้ใคร ( แต่แค่นี้ก็เดือดร้อนกันถ้วนหน้าซะแล้ว - - )

  • รายชื่อสมาชิก - รวมพลคนบ้าน้ำชา

ชาถ้วยที่หนึ่ง ( ขอจิ๊กสำนวนเกียวคุโรมาใช้ ) ... " Oolong" อูหลง ซึ่งก็คือตัวข้าน้อยเองขอรับ ชื่อของใบชาที่ข้าน้อยใช้นั้นนำมาจากชาดำจากประเทศจีนอันมีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักกันทั่วไป ถือเป็นต้นกำเนิดของชาสายพันธุ์ต่างๆที่มีอยู่ตอนนี้

ตัวมาสคอสที่ใช้ คือ " แมวดำ " ( ก็มันชาดำนี่เนาะ ) ทำหน้าที่ดูแลเรื่องทั่วๆไปภายในกลุ่ม และคิดวางแผน( ทำอะไรบ้าๆ )ให้ทุกคน อยู่ในตำแหน่งของผู้รักษาการณ์แทนหัวหน้ากลุ่ม

E-mail ที่ติดต่อได้ : oolong_madteaparty@hotmail.com , fear_takaloth@hotmail.com

ปล. Mad Tea Party นั้นยังไม่มีหัวหน้ากลุ่ม

ชาถ้วยที่สอง " Gyokuro " เกียวคุโร นำชื่อมาจากชาเขียวของญี่ปุ่นที่รู้จักกันดีในเรื่องของคุณภาพและมีราคาแพง ดังนั้นจึงมักจะเสริฟให้แขกเฉพาะโอกาสพิเศษเท่านั้น

ตัวมาสคอสที่ใช้ คือ " กระต่ายดำ " ( เจ้าตัวเค้าอยากเล่นเสียงกับคำว่า คุโระ ที่แปลว่าสีดำ ) ทำหน้าที่เป็นคนช่วยควบคุมความประพฤติของหัวหน้ากลุ่ม วาดภาพอิลลัสต์ ( แต่เจ้าตัวบอกว่าจะน่าเป็นจังค์ซะมากกว่า ) ติดสกรีนโทน ตลอดจนช่วยคิดโครงเรื่องของฟิค อยู่ในตำแหน่งผู้รักษาการณ์แทนรองหัวหน้าหน่วย

E-mail ที่ติดต่อได้ : gyokuro_madteaparty@hotmail.com , rex_zephyrus_rain@hotmail.com

ปล2. เผื่อใครลืมไปแล้ว กลุ่มของเรานั้นยังไม่มีทั้งหัวหน้าและรองหัวหน้ากลุ่มนะขอรับ ( แล้วมันจะรักษาการณ์แทนใครล่ะเนี่ย )

ชาถ้วยที่สาม " Keenum " คีนัม เป็นชาที่มาจากประเทศจีนเช่นเดียวกับอูหลง เป็นชาดำที่มีชื่อเสียงมากในจีนต้นกำเนิดอยู่ในมณฑล อันฮุย นิยมดื่มโดยไม่ใส่น้ำตาลและนม มีรสชาติกลมกล่อม

ตัวมาสคอสที่ใช้ คือ " นก " ทำหน้าที่วาดโดจิน วาดภาพประกอบฟิค อิลลัสต์ เขียนฟิค ทว่ามีจุดอ่อนกับโปรแกรม CG , Photoshop , Painter ( ตอนนี้กำลังเริ่มสร้างภูมิต้านทาน สู้ต่อไปนะ...ทาเคชิ )

E-mail ที่ติดต่อได้ : keenum_madteaparty@hotmail.com

ชาถ้วยที่สี่ " Dimbula " ดิมบูลา เป็นชาที่มาจากประเทศศรีลังกา อยู่ในตระกูลของชาซีลอนและเป็นชาซีลอนที่มีชื่อเสียงมากที่สุด มีสีบางและสว่าง ขณะที่กลิ่นเข้ม

มาสคอสที่( ถูกบังคับให้ )ใช้ คือ " หมีแพนด้า " ( เพราะเพื่อนๆในกลุ่มลงความเห็นแล้วว่าเหมือนที่สุด ) หน้าที่ภายในกลุ่มคือ วาดโดจิน วาดภาพจังค์ ( แต่เจ้าตัวบอกว่าอิลลัสต์ ) เอ้ย...ไม่ใช่ วาดภาพเฉยๆ ขอรับ ติดสกรีนโทน เหลาดินสอ เติมหมึกปากกา เก็บเศษกระดาษทิ้งในถัง ไปซื้อโอเลี้ยง อืม...หน้าที่เยอะจริงๆนะขอรับ

E-mail ที่ติดต่อได้ : dimbula_madteaparty@hotmail.com

ชาถ้วยที่ห้า ( แต่หวังว่าจะไม่ใช่ถ้วยสุดท้าย ) " Nilgiri " นิลกิรี เป็นชาในศรีลังกาเช่นเดียวกับดิมบูลา มีสีอ่อน และมีรสชาติที่สดชื่นกระปรี้กระเปร่า

มาสคอสที่ใช้ คือ " เสือ " ทำหน้าที่แปะสกรีนโทน วาดโดจิน วาดภาพประกอบฟิค อิลลัสต์

นอกจากนี้ยังคงมีใบชาอีกสองหน่อที่ไม่อยากเผยตัว ( กำลังอยู่ในระหว่างหว่านล้อมใส่น้ำร้อนให้กลายเป็นชาถ้วยต่อไป )

ตอนนี้ผลงานของกลุ่มพวกเรายังไม่มีอะไรมากนักหรอกขอรับ เพราะพวกเราเพิ่งจะเริ่มตัดสินใจก้าวเดินมาได้เพียงเล็กน้อย แต่ก็ขอขอบคุณเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ หลายๆคนที่คอยเป็นกำลังใจมาให้ตลอด ตั้งแต่สมัยที่ยังอยู่ในเว็บเด็กดี ( ทั้งๆที่ข้าน้อยก็ดองเรื่องเอาไว้จนแทบจะกลายเป็นเกลือผงไปเสียแล้ว ) ...แต่อดใจรออีกนิดนะขอรับ ข้าน้อยรับรองว่าจะมีข่าวดีมาฝากทุกท่านอย่างแน่นอน... ( เอ่อ ไม่ต้องทำหน้าตกใจขนาดนั้นก็ได้ขอรับ ข้าน้อยไม่ได้จะแจกซองผ้าป่าหรอก )

ตอนนี้พวกเราก็ยังคงตามหาเพื่อนร่วมอุดมการณ์ทั้งหลายอยู่นะขอรับ ไม่จำเป็นว่าจะต้องวาดรูปเก่ง ขอเพียงแค่เป็นหนึ่งในคนที่ชื่นชอบและรักที่จะทำอะไรเหมือนกับพวกเรา และถ้าชอบดื่มชาด้วยก็ยิ่งดีขอรับ ( โดยเฉพาะข้าน้อยที่รักใบชาพวกนี้เข้าเส้นเลือด เจาะเลือดออกมากลายเป็นน้ำชาได้เลยขอรับ ...เวอร์ซะ )

แล้วพบกันใหม่นะขอรับ ....ซู้ด ....น้ำชาแสนอร่อย

อูหลง

ผู้รักษาการณ์แทนหัวหน้ากลุ่ม

2005/Oct/29

สวัสดีขอรับ กลับมาพบกับข้าน้อยอูหลงกันอีกครั้ง จากที่สัญญากันเอาไว้ว่าวันนี้จะมาสอนวิธีชงชาให้อร่อย ง่ายๆ และไม่ยุ่งยาก

เอาล่ะ... ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับกาน้ำชากันสักนิด

กำเนิดปั้นชา หรือ กาน้ำชา ยุคแรกๆ ชาวจีนดื่มชา จะใช้หม้อต้มและเทลงดื่มในชาม ต่อมาประมาณต้นศตวรรษที่ 16 มีการค้นพบปั้นชาขึ้นใกล้เมืองอี๋ชิงมณฑลเจียงซูโดยเด็กรับใช้คุณชายตระกูลอู๋ที่กำลังจะเดินทางไปสอบจอหงวน ได้แวะพักที่วัดจิน ซา ที่วัดนี้มีเตาเผาเพราะพระจะปั้นภาชนะดินใช้เอง วันหนึ่งหลังการเตรียมชงน้ำชาให้คุณชายท่องหนังสือเรียบร้อยแล้ว เด็กรับใช้ชื่อ กงชุน ได้หลบมาพักผ่อนและเห็นพระปั้นภาชนะดินอยู่ จึงเข้าร่วมวง ปั้นไปปั้นมา ปั้นเอาภาชนะทรงกลมมีฝาปิดด้านบนเติมหูจับ ต่อพวยกาออกมา กลายเป็นอุปกรณ์ชงชาและกรองใบชาใบแรกของโลก และยังเป็นต้นแบบของภาชนะชงชาชุดเครื่องเงินของราชินีวิคตอเรียแห่งอังกฤษอีกด้วย

  • กาน้ำชา-กากาแฟต่างกันตรงไหน

แตกต่างกันที่พวยกา กาแบบมีพวยยื่นออกมาจากตอนก้นนั้นใช้ชงชา ทั้งนี้เพราะเมื่อใส่ใบชาลงไป ใบชาจะลอยอยู่เหนือผิวน้ำ เมื่อรินน้ำชาก็จะไม่มีใบชาปนออกมาให้หงุดหงิดใจ ส่วนกากาแฟจะทำพวยกาพุ่งตรงออกจากส่วนบนของกา เพราะผงกาแฟที่ชงจะจมลงสู่ก้นกาโดยเร็ว เวลารินกาแฟผงกาแฟที่นอนก้นอยู่จะได้ไม่ไหลปนออกมา

  • วิธีชงชาแบบจีน

กง ฟู ฉา แปลว่า ชงชาด้วยฝีมือ (ที่มีความชำนาญ) เริ่มต้นที่เมื่อน้ำเดือดแล้ว ลวกปั้นชาที่เตรียมไว้ รวมทั้งถ้วยชา การลวกนี้ถือเป็นการเตรียมปั้นชา (เพื่อที่เวลาใช้ชงชาจริงๆ อุณหภูมิของน้ำจะไม่ลดลงมากเท่ากับเทน้ำลงในภาชนะที่เย็นๆ) แล้วตักใบชาลงในปั้นที่อุ่นไว้ใช้น้ำเดือดเทตามลงไปจนน้ำล้นออกนอกปั้นชา ปิดฝาปั้น เทน้ำลงบนฝาด้วยเพื่อป้องกันกลิ่นหอมไม่ให้หนีออกจากปั้น แล้วเทน้ำที่ได้จากการชงครั้งแรกนี้ใส่ถ้วยชาทุกใบและเททิ้ง
ขั้นตอนนี้คือการ "ปลุก" ใบชาให้ตื่นจากหลับ และล้างใบชาด้วย จากนั้นรินน้ำเดือดลงในปั้นอีกครั้ง ปิดฝาปั้น เทน้ำลงบนฝา แล้วจึงรินชาใส่ถ้วยทุกใบด้วยวิธีรินวน คือรินถ้วยที่หนึ่งถึงสี่โดยไม่ต้องรอถ้วยแรกเติมรินวนไปมาจนเต็มทั้งสี่ถ้วย อย่างนี้แล้ว ชาถ้วยที่หนึ่งถึงสี่จะมีรสชาติเสมอกัน

  • วิธีชงชาง่ายๆ สไตล์อูหลง ขอรับ

อันดับแรก ที่เราต้องเตรียมก็คือ กาน้ำชา ควรจะเป็นกาเซรามิค หรือ ดินเผา เพราะจะเก็บความร้อนได้ดีกว่ากาแบบโลหะ ขอรับ

อย่างที่สอง ก็คือ ใบชา ( แหงล่ะ ) ที่ทุกท่านชื่นชอบ

อย่างที่สาม ก็คือ ผ้าคลุมกาน้ำชา ถ้าไม่มีก็ใช้ผ้าขนหนูได้เลยขอรับ

เอาล่ะ... มาเริ่มกันเลยดีกว่า

  • ขั้นแรกก็ตั้งหม้อต้มน้ำร้อนเอาไว้ ( จะใช้กระติกน้ำร้อนไฟฟ้าก็ไม่ว่ากันขอรับ ) และเมื่อน้ำเริ่มจะเดือด ก็ให้เทน้ำส่วนนึง ไม่ต้องเยอะมากลงในกาน้ำชา เพื่ออุ่นกาน้ำชาขอรับ
  • หลังจากที่อุ่นกาน้ำชาแล้วก็ให้เทน้ำในกาทิ้งไป หลังจากนั้นก็ตักใบชาใส่ลงไป ในอัตราส่วน น้ำเปล่าสองถ้วยครึ่ง ต่อใบชา สามช้อน ปรับความเข้ม-อ่อนได้ตามชอบ หรือถ้าใช้แบบทีแบ็ค ก็ใช้ 1 ทีแบ็ค ต่อน้ำเปล่าสองถ้วยครึ่งขอรับ
  • เวลาเทน้ำร้อนลงในกา ให้เทสูง เพื่อให้ใบชาสามารถคลายตัวได้ดี ปฏิกิริยานี้เรียกว่า การจัมฟ์ปิ้ง หลังจากนั้นก็ปิดฝาเอาไว้ แล้วเอาผ้าคลุมกาคลุม หรือใช้ผ้าขนหนูห่อกาน้ำชาเอาไว้ ทั้งนี้ก็เพื่อเก็บความร้อนและช่วยใบชาคลายตัวมากๆขอรับ
  • ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีเพื่อให้ใบชาคลายรสออกมาจนหมด ( ใครที่คิดว่าทิ้งไว้นานๆแล้วจะขมนี่ไม่จริงนะขอรับ ที่ขมก็เพราะว่าใบชายังคลายรสชาติออกมาไม่หมดจึงทำให้มีแต่รสขม )
  • หลังจากนั้นเราก็จะได้น้ำชาแสนอร่อยสำหรับดื่มแล้วขอรับ

ใครที่ชื่นชอบรสหวานนิดๆก็เติมน้ำตาลได้ตามสบายขอรับ แต่ถ้าจะให้ดีแนะนำให้ใส่น้ำผึ้งขอรับ แต่น้ำผึ้งจะทำให้สีของชาเปลี่ยนแก้ไขได้ด้วยการทำเป็นชานมแทนขอรับ

  • หากอยากดื่มชานม ก็ไม่มีขั้นตอนยากขอรับ แต่ตอนที่รอน้ำเดือดให้น้ำนมออกมาจากตู้เย็น เพื่อปรับให้มีอุณหภูมิเท่ากับอุณหภูมิของห้องขอรับ
  • จากนั้นใส่นมลงไปหลังจากที่เทน้ำร้อน อัตราส่วน น้ำสามส่วนต่อนมหนึ่งส่วน และปรับปริมาณใบชาให้เป็น 2 1/2 ต่อ ใบชา 6 ช้อน ถ้าใครชอบอ่อนกว่านี้ก็ลดได้ขอรับ สว่นใครที่ใช้ทีแบ็คก็ใช้ในอัตรา 2 1/2 ต่อ 1 ทีแบ๊คเหมือนเดิมฮับ
  • รอเวลาประมาณ 5 นาที จากนั้นก็จะได้ชานมแสนน่ากิน เติมน้ำตาลได้ตามใจชอบ ใครชอบหวานมาก-น้อย แค่ไหนก็จัดการได้เลยขอรับ

สำหรับใครที่ชอบชากลิ่นผลไม้ อูหลงก็มีวิธีชงชาดีๆให้มีกลิ่นหอมๆ น่ากิน กลิ่นแอปเปิ้ล ( ของโปรดข้าน้อยเอง )มาฝากเหมือนกัน

อย่างแรก อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมเพิ่ม ได้แก่ แยมแอปเปิ้ล ( สามารถทำเองได้ขอรับ ) หรือถ้าไม่มีก็ใช้แอปเปิ้ลสดๆ ฝานบางๆ แทน

จากนั้น เราก็ทำตามขั้นตอนของการต้มน้ำชาธรรมดา แต่ตอนที่จะรอใบชาคลายตัวให้ใส่แยมลงไปเล็กน้อย หรือใส่ชิ้นแอปเปิ้ลฝานบางๆลงไปด้วยประมาณ 3-4 ชิ้น

ใช้ผ้าคลุมกาห่อไว้ รอเวลา 5 นาที เมื่อเปิดฝากาน้ำชา จะได้กลิ่นหอมอ่อนๆของแอปเปิ้ลลอยโชยมา แถมชาที่ได้จะมีรสชาติของแอปเปิ้ลนิดๆ

สำหรับใครที่ชื่นชอบผลไม้ชนิดอื่นก็ใช้แทนได้นะขอรับ

ใครที่ไม่รู้ว่าตัวเองชอบรสชาติแบบไหนก็ลองเพิ่ม-ลด ปริมาณใบชาได้จนกว่าจะเจอรสชาติที่ถูกใจได้ขอรับ

ก่อนจะจากกันไปวันนี้ ข้าน้อยก็มีชนิดชาที่เหมาะกับแต่ละคนมาฝากขอรับ


1. ผู้ที่ทำงานแบบใช้สมอง ต้องซีเรียสเครียดทั้งวัน หรือ นักเรียนนักศึกษาที่ตรากตรำอ่านตำหรับตำราจนดึก ดื่น ควรดื่ม ชามะลิ

2. ผู้ที่รักการออกกำลังกาย หรือทำงานที่ต้องใช้แรง เสียเหงื่อมากเหมาะกับ ชาอูหลง

3. ผู้ที่ต้องผจญสูดดมอากาศเป็นพิษอยู่เสมอ อาทิ ผู้ที่ขับขี่ หรือ สัญจรไปมาด้วยรถจักรยานยนต์เป็น ประจำ เหมาะกับชาเขียว

4. ผู้ที่ในแต่ละวันนั่งตัวติดกับเก้าอี้ ไม่ค่อยขยับเขยื้อนกายไปไหนเลย อีกทั้งปกติไม่ชอบออกกำลังกายด้วยแล้ว เหมาะอย่างยิ่งกับ ชาเขียว หรือ ชาดอกไม้

5. ผู้ที่ชอบดื่มสุรา เครื่องดื่มมึนเมา ควรดื่ม ชาเขียว

6. ผู้นิยมรับประทานเนื้อสัตว์เป็นชีวิตจิตใจ เหมาะกับ ชาอูหลง

7. ผู้ที่เข้าห้องน้ำแต่ละครั้งช่างทุกข์ทรมานเสียเหลือเกินแล้วยังมักท้องผูกเสมอๆ เหมาะกับ ชาผสมน้ำผึ้ง

8. ผู้ที่มีระดับคอเรสเตอรอลสูง ไขมันในเลือดสูง เหมาะที่จะดื่ม ชาอูหลง หรือชาเขียว

อุ.... เป็นไงกันบ้างขอรับ ตรงใจเพื่อนๆบ้างรึเปล่าน้อ ?

  • ประโยชน์ของการดื่มชา

ตั้งแต่หนังสือพิมพ์ลงข่าวเรื่องดื่มชาเขียวสามารถป้องกันโรคมะเร็งได้ ผู้คนก็แตกตื่นหันมาดื่มชาญี่ปุ่นกันใหญ่ เพราะเข้าใจว่าชาเขียวคือชาญี่ปุ่น จริงๆ แล้วชาเขียว คือ ชาทุกชนิดที่ผลิตโดยการเอาใบชาสดมาคั่วให้แห้งโดยไม่ผ่านขั้นตอนการทำปฏิกิริยาของออกซิเจนกับใบชา ในชาเขียวจะมี สารคาเทชิน อยู่มากกว่าชาชนิดอื่น ดังนั้นคุณสมบัติในการป้องกันมะเร็งจึงอยู่ตรงนี้

ในทางการแพทย์ ใบชาจะมีคุณสมบัติทางเคมีบางประการซึ่งในจำนวนนั้นจะมี กรดแทนนิค ปริมาณ 20 30 % กรดแทนนิค มีคุณสมบัติต่อต้านการอักเสบและการติดเชื้อ นอกจากนี้ยังมีสารอัลคาลอยด์ 5% (ส่วนใหญ่จะเป็นคาเฟอีน) ซึ่งมีคุณสมบัติกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทส่วนกลางและระบบเมตาบอลิซึ่ม

ชาที่มีกลิ่นหอมจะมีคุณสมบัติในการแยกองค์ประกอบของเนื้อและไขมัน ดังนั้นจึงมีส่วนช่วยเรื่องการย่อยอาหาร
ในจีนจะมีสำนวนพูดกันติดปากว่า "ขาดเกลือสามวันยังดีกว่าขาดชาหนึ่งวัน"

ไม่ว่าจะเป็นชารูปแบบใด ความนิยมเรื่องดื่มชามีมากขึ้นทุกวัน เพราะรสชาตินุ่มนวลชวนฝันของชาประการหนึ่ง และข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันว่าชามีสารพฤกษเคมีบางชนิดที่ออกฤทธิ์ป้องกันโรคหลายโรคได้เป็นอีกประการหนึ่ง อีกทั้งชาก็เป็นเครื่องดื่มที่ไม่มีชนชั้น ผู้ดื่มเท่านั้นที่รู้รสชาติของการดื่ม และผู้มีรสนิยมต่างเลือกชาและโปรดการดื่มชา

วันนี้อูหลงขอลาไปก่อน สำหรับคราวหน้าจะพาทุกท่านไปเข้าครัวทำขนมหวานจากผลไม้ ที่ทำได้ง่ายๆไม่ยาก แล้วพบกันขอรับ

ปล. ใครที่ลองทำดูแล้วได้ชารสชาติแบบไหนก็มาเล่าสู่กันฟังบ้างนะขอรับ

ซู้ด.... อา น้ำชาแสนอร่อย >/U\<