2005/Oct/29

สวัสดีขอรับ กลับมาพบกับข้าน้อยอูหลงกันอีกครั้ง จากที่สัญญากันเอาไว้ว่าวันนี้จะมาสอนวิธีชงชาให้อร่อย ง่ายๆ และไม่ยุ่งยาก

เอาล่ะ... ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับกาน้ำชากันสักนิด

กำเนิดปั้นชา หรือ กาน้ำชา ยุคแรกๆ ชาวจีนดื่มชา จะใช้หม้อต้มและเทลงดื่มในชาม ต่อมาประมาณต้นศตวรรษที่ 16 มีการค้นพบปั้นชาขึ้นใกล้เมืองอี๋ชิงมณฑลเจียงซูโดยเด็กรับใช้คุณชายตระกูลอู๋ที่กำลังจะเดินทางไปสอบจอหงวน ได้แวะพักที่วัดจิน ซา ที่วัดนี้มีเตาเผาเพราะพระจะปั้นภาชนะดินใช้เอง วันหนึ่งหลังการเตรียมชงน้ำชาให้คุณชายท่องหนังสือเรียบร้อยแล้ว เด็กรับใช้ชื่อ กงชุน ได้หลบมาพักผ่อนและเห็นพระปั้นภาชนะดินอยู่ จึงเข้าร่วมวง ปั้นไปปั้นมา ปั้นเอาภาชนะทรงกลมมีฝาปิดด้านบนเติมหูจับ ต่อพวยกาออกมา กลายเป็นอุปกรณ์ชงชาและกรองใบชาใบแรกของโลก และยังเป็นต้นแบบของภาชนะชงชาชุดเครื่องเงินของราชินีวิคตอเรียแห่งอังกฤษอีกด้วย

  • กาน้ำชา-กากาแฟต่างกันตรงไหน

แตกต่างกันที่พวยกา กาแบบมีพวยยื่นออกมาจากตอนก้นนั้นใช้ชงชา ทั้งนี้เพราะเมื่อใส่ใบชาลงไป ใบชาจะลอยอยู่เหนือผิวน้ำ เมื่อรินน้ำชาก็จะไม่มีใบชาปนออกมาให้หงุดหงิดใจ ส่วนกากาแฟจะทำพวยกาพุ่งตรงออกจากส่วนบนของกา เพราะผงกาแฟที่ชงจะจมลงสู่ก้นกาโดยเร็ว เวลารินกาแฟผงกาแฟที่นอนก้นอยู่จะได้ไม่ไหลปนออกมา

  • วิธีชงชาแบบจีน

กง ฟู ฉา แปลว่า ชงชาด้วยฝีมือ (ที่มีความชำนาญ) เริ่มต้นที่เมื่อน้ำเดือดแล้ว ลวกปั้นชาที่เตรียมไว้ รวมทั้งถ้วยชา การลวกนี้ถือเป็นการเตรียมปั้นชา (เพื่อที่เวลาใช้ชงชาจริงๆ อุณหภูมิของน้ำจะไม่ลดลงมากเท่ากับเทน้ำลงในภาชนะที่เย็นๆ) แล้วตักใบชาลงในปั้นที่อุ่นไว้ใช้น้ำเดือดเทตามลงไปจนน้ำล้นออกนอกปั้นชา ปิดฝาปั้น เทน้ำลงบนฝาด้วยเพื่อป้องกันกลิ่นหอมไม่ให้หนีออกจากปั้น แล้วเทน้ำที่ได้จากการชงครั้งแรกนี้ใส่ถ้วยชาทุกใบและเททิ้ง
ขั้นตอนนี้คือการ "ปลุก" ใบชาให้ตื่นจากหลับ และล้างใบชาด้วย จากนั้นรินน้ำเดือดลงในปั้นอีกครั้ง ปิดฝาปั้น เทน้ำลงบนฝา แล้วจึงรินชาใส่ถ้วยทุกใบด้วยวิธีรินวน คือรินถ้วยที่หนึ่งถึงสี่โดยไม่ต้องรอถ้วยแรกเติมรินวนไปมาจนเต็มทั้งสี่ถ้วย อย่างนี้แล้ว ชาถ้วยที่หนึ่งถึงสี่จะมีรสชาติเสมอกัน

  • วิธีชงชาง่ายๆ สไตล์อูหลง ขอรับ

อันดับแรก ที่เราต้องเตรียมก็คือ กาน้ำชา ควรจะเป็นกาเซรามิค หรือ ดินเผา เพราะจะเก็บความร้อนได้ดีกว่ากาแบบโลหะ ขอรับ

อย่างที่สอง ก็คือ ใบชา ( แหงล่ะ ) ที่ทุกท่านชื่นชอบ

อย่างที่สาม ก็คือ ผ้าคลุมกาน้ำชา ถ้าไม่มีก็ใช้ผ้าขนหนูได้เลยขอรับ

เอาล่ะ... มาเริ่มกันเลยดีกว่า

  • ขั้นแรกก็ตั้งหม้อต้มน้ำร้อนเอาไว้ ( จะใช้กระติกน้ำร้อนไฟฟ้าก็ไม่ว่ากันขอรับ ) และเมื่อน้ำเริ่มจะเดือด ก็ให้เทน้ำส่วนนึง ไม่ต้องเยอะมากลงในกาน้ำชา เพื่ออุ่นกาน้ำชาขอรับ
  • หลังจากที่อุ่นกาน้ำชาแล้วก็ให้เทน้ำในกาทิ้งไป หลังจากนั้นก็ตักใบชาใส่ลงไป ในอัตราส่วน น้ำเปล่าสองถ้วยครึ่ง ต่อใบชา สามช้อน ปรับความเข้ม-อ่อนได้ตามชอบ หรือถ้าใช้แบบทีแบ็ค ก็ใช้ 1 ทีแบ็ค ต่อน้ำเปล่าสองถ้วยครึ่งขอรับ
  • เวลาเทน้ำร้อนลงในกา ให้เทสูง เพื่อให้ใบชาสามารถคลายตัวได้ดี ปฏิกิริยานี้เรียกว่า การจัมฟ์ปิ้ง หลังจากนั้นก็ปิดฝาเอาไว้ แล้วเอาผ้าคลุมกาคลุม หรือใช้ผ้าขนหนูห่อกาน้ำชาเอาไว้ ทั้งนี้ก็เพื่อเก็บความร้อนและช่วยใบชาคลายตัวมากๆขอรับ
  • ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีเพื่อให้ใบชาคลายรสออกมาจนหมด ( ใครที่คิดว่าทิ้งไว้นานๆแล้วจะขมนี่ไม่จริงนะขอรับ ที่ขมก็เพราะว่าใบชายังคลายรสชาติออกมาไม่หมดจึงทำให้มีแต่รสขม )
  • หลังจากนั้นเราก็จะได้น้ำชาแสนอร่อยสำหรับดื่มแล้วขอรับ

ใครที่ชื่นชอบรสหวานนิดๆก็เติมน้ำตาลได้ตามสบายขอรับ แต่ถ้าจะให้ดีแนะนำให้ใส่น้ำผึ้งขอรับ แต่น้ำผึ้งจะทำให้สีของชาเปลี่ยนแก้ไขได้ด้วยการทำเป็นชานมแทนขอรับ

  • หากอยากดื่มชานม ก็ไม่มีขั้นตอนยากขอรับ แต่ตอนที่รอน้ำเดือดให้น้ำนมออกมาจากตู้เย็น เพื่อปรับให้มีอุณหภูมิเท่ากับอุณหภูมิของห้องขอรับ
  • จากนั้นใส่นมลงไปหลังจากที่เทน้ำร้อน อัตราส่วน น้ำสามส่วนต่อนมหนึ่งส่วน และปรับปริมาณใบชาให้เป็น 2 1/2 ต่อ ใบชา 6 ช้อน ถ้าใครชอบอ่อนกว่านี้ก็ลดได้ขอรับ สว่นใครที่ใช้ทีแบ็คก็ใช้ในอัตรา 2 1/2 ต่อ 1 ทีแบ๊คเหมือนเดิมฮับ
  • รอเวลาประมาณ 5 นาที จากนั้นก็จะได้ชานมแสนน่ากิน เติมน้ำตาลได้ตามใจชอบ ใครชอบหวานมาก-น้อย แค่ไหนก็จัดการได้เลยขอรับ

สำหรับใครที่ชอบชากลิ่นผลไม้ อูหลงก็มีวิธีชงชาดีๆให้มีกลิ่นหอมๆ น่ากิน กลิ่นแอปเปิ้ล ( ของโปรดข้าน้อยเอง )มาฝากเหมือนกัน

อย่างแรก อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมเพิ่ม ได้แก่ แยมแอปเปิ้ล ( สามารถทำเองได้ขอรับ ) หรือถ้าไม่มีก็ใช้แอปเปิ้ลสดๆ ฝานบางๆ แทน

จากนั้น เราก็ทำตามขั้นตอนของการต้มน้ำชาธรรมดา แต่ตอนที่จะรอใบชาคลายตัวให้ใส่แยมลงไปเล็กน้อย หรือใส่ชิ้นแอปเปิ้ลฝานบางๆลงไปด้วยประมาณ 3-4 ชิ้น

ใช้ผ้าคลุมกาห่อไว้ รอเวลา 5 นาที เมื่อเปิดฝากาน้ำชา จะได้กลิ่นหอมอ่อนๆของแอปเปิ้ลลอยโชยมา แถมชาที่ได้จะมีรสชาติของแอปเปิ้ลนิดๆ

สำหรับใครที่ชื่นชอบผลไม้ชนิดอื่นก็ใช้แทนได้นะขอรับ

ใครที่ไม่รู้ว่าตัวเองชอบรสชาติแบบไหนก็ลองเพิ่ม-ลด ปริมาณใบชาได้จนกว่าจะเจอรสชาติที่ถูกใจได้ขอรับ

ก่อนจะจากกันไปวันนี้ ข้าน้อยก็มีชนิดชาที่เหมาะกับแต่ละคนมาฝากขอรับ


1. ผู้ที่ทำงานแบบใช้สมอง ต้องซีเรียสเครียดทั้งวัน หรือ นักเรียนนักศึกษาที่ตรากตรำอ่านตำหรับตำราจนดึก ดื่น ควรดื่ม ชามะลิ

2. ผู้ที่รักการออกกำลังกาย หรือทำงานที่ต้องใช้แรง เสียเหงื่อมากเหมาะกับ ชาอูหลง

3. ผู้ที่ต้องผจญสูดดมอากาศเป็นพิษอยู่เสมอ อาทิ ผู้ที่ขับขี่ หรือ สัญจรไปมาด้วยรถจักรยานยนต์เป็น ประจำ เหมาะกับชาเขียว

4. ผู้ที่ในแต่ละวันนั่งตัวติดกับเก้าอี้ ไม่ค่อยขยับเขยื้อนกายไปไหนเลย อีกทั้งปกติไม่ชอบออกกำลังกายด้วยแล้ว เหมาะอย่างยิ่งกับ ชาเขียว หรือ ชาดอกไม้

5. ผู้ที่ชอบดื่มสุรา เครื่องดื่มมึนเมา ควรดื่ม ชาเขียว

6. ผู้นิยมรับประทานเนื้อสัตว์เป็นชีวิตจิตใจ เหมาะกับ ชาอูหลง

7. ผู้ที่เข้าห้องน้ำแต่ละครั้งช่างทุกข์ทรมานเสียเหลือเกินแล้วยังมักท้องผูกเสมอๆ เหมาะกับ ชาผสมน้ำผึ้ง

8. ผู้ที่มีระดับคอเรสเตอรอลสูง ไขมันในเลือดสูง เหมาะที่จะดื่ม ชาอูหลง หรือชาเขียว

อุ.... เป็นไงกันบ้างขอรับ ตรงใจเพื่อนๆบ้างรึเปล่าน้อ ?

  • ประโยชน์ของการดื่มชา

ตั้งแต่หนังสือพิมพ์ลงข่าวเรื่องดื่มชาเขียวสามารถป้องกันโรคมะเร็งได้ ผู้คนก็แตกตื่นหันมาดื่มชาญี่ปุ่นกันใหญ่ เพราะเข้าใจว่าชาเขียวคือชาญี่ปุ่น จริงๆ แล้วชาเขียว คือ ชาทุกชนิดที่ผลิตโดยการเอาใบชาสดมาคั่วให้แห้งโดยไม่ผ่านขั้นตอนการทำปฏิกิริยาของออกซิเจนกับใบชา ในชาเขียวจะมี สารคาเทชิน อยู่มากกว่าชาชนิดอื่น ดังนั้นคุณสมบัติในการป้องกันมะเร็งจึงอยู่ตรงนี้

ในทางการแพทย์ ใบชาจะมีคุณสมบัติทางเคมีบางประการซึ่งในจำนวนนั้นจะมี กรดแทนนิค ปริมาณ 20 30 % กรดแทนนิค มีคุณสมบัติต่อต้านการอักเสบและการติดเชื้อ นอกจากนี้ยังมีสารอัลคาลอยด์ 5% (ส่วนใหญ่จะเป็นคาเฟอีน) ซึ่งมีคุณสมบัติกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทส่วนกลางและระบบเมตาบอลิซึ่ม

ชาที่มีกลิ่นหอมจะมีคุณสมบัติในการแยกองค์ประกอบของเนื้อและไขมัน ดังนั้นจึงมีส่วนช่วยเรื่องการย่อยอาหาร
ในจีนจะมีสำนวนพูดกันติดปากว่า "ขาดเกลือสามวันยังดีกว่าขาดชาหนึ่งวัน"

ไม่ว่าจะเป็นชารูปแบบใด ความนิยมเรื่องดื่มชามีมากขึ้นทุกวัน เพราะรสชาตินุ่มนวลชวนฝันของชาประการหนึ่ง และข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันว่าชามีสารพฤกษเคมีบางชนิดที่ออกฤทธิ์ป้องกันโรคหลายโรคได้เป็นอีกประการหนึ่ง อีกทั้งชาก็เป็นเครื่องดื่มที่ไม่มีชนชั้น ผู้ดื่มเท่านั้นที่รู้รสชาติของการดื่ม และผู้มีรสนิยมต่างเลือกชาและโปรดการดื่มชา

วันนี้อูหลงขอลาไปก่อน สำหรับคราวหน้าจะพาทุกท่านไปเข้าครัวทำขนมหวานจากผลไม้ ที่ทำได้ง่ายๆไม่ยาก แล้วพบกันขอรับ

ปล. ใครที่ลองทำดูแล้วได้ชารสชาติแบบไหนก็มาเล่าสู่กันฟังบ้างนะขอรับ

ซู้ด.... อา น้ำชาแสนอร่อย >/U\<


ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
วีธีแต่ล่ะอย่างไม่เหมือนกันเลยนะค่ะ

แต่เพิ่งชงโกโก้อ่ะดิเนี่ย
เอาไว้จะลองดูนะค่ะ
#1  by  .。.:*・゜★MoM@Y ★゜・*:.。. At 2005-10-29 03:48, 

<< Home