2005/Oct/24

สวัสดีเพื่อนๆทุกคนนะคะ คราวนี้เอิร์ลเกรย์ออกโรงมั่ง เหอะๆ จากที่คราวที่แล้วไปงาน OTAKU กับGyokuro ละก้อ Oolong แต่ไม่มีโอกาสคอส เหอะๆ พ่อมาคุมง่ะ เรียกว่า ซวยดีมั๊ยเอ่ย 555+

วันนี้ขอเกาะกระแสการ์ตูนกันต่อจากคราวที่แล้วเหมือนกันนะคะ แต่ขอเครียดนิดนึง มิ้ววว

***************************************************************************************(จากไทยรัฐ กรอบเช้า 19 ตุลาคม 2548)
สั่งกวาดสื่อลามก

เมื่อวันที่ 18 ต.ค. เวลา 14.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศลี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า วันที่ 1 ธ.ค. นี้ ถือเป็นช่วงเวลาดีเดย์ที่จะเริ่มต้นกวาดล้างสื่อลามก การ์ตูนลามก เว็บไซต์ลามก ตลอดจนตู้เกม และสถานที่ที่ทำให้เด็กเยาวชนติดเกมอย่างจริงจัง ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือรับผิดชอบเกี่ยวกับการกวาดล้างเริ่มดำเนินการได้ทันที โดยไม่ต้องรอวันที่ 1 ธ.ค. เพื่อให้เดือน ธ.ค. จะได้เริ่มกวาดล้างสื่อประเภทดังกล่าวที่กระทบต่อการพัฒนาจิตใจของเยาวชนที่ยังหลงเหลืออยู่ โดยนายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้บัญชาการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง หากเดือน ธ.ค. นี้ ยังพบเห็นสื่อลามกและตู้เกม ผู้รับผิดชอบในพื้นที่ต้องรับผิดชอบอย่างเต็มที่
***************************************************************************************

อ่านข่าวแล้วแอบเครียดนะคะ เอิร์ลเอารายชื่อการ์ตูนโดนแบนมาฝากด้วยแหละ เผื่อบางคนที่ยังไม่รู้ จะได้รีบไปหาอ่านกันก่อนโดนแบนจริงๆ อ่านะคะ

ของสยาม

1.GANTZ
2.HEAT คนระห่ำองศาเดือด
3.ราชาเหมียว
4.Seraphic Feather
5.Zetman
6.Birth กำเนิดอสูร
7.อาจารย์!ว
8.ซันชิโร่ นักสืบตะลุยดะ
9.ยูโก บุรุษเหล็ก
10.Eden
11.Girls Bravo
12.I"s
13.เงาพยาบาท
14.โลกของเอสและเอ็ม
15.Dead space
16.สุภาพบุรุษทรชน

ของบงกช

1.รักนี้มีเพียงเรา
2.จังหวะร็อค
3.วิกฤติการณ์ซาตาน
4.ขอเป็นหนึ่งเดียว
5.มาเฟียที่รัก
6.กอดฉันหน่อยซิคะดาร์ลิ้ง
7.คุณหมาป่าที่รัก
8.กลเม็ดพิชิตชายในฝัน
9.บรรเลงรัก
10.กรงรัก
11.กฎเหล็กของหัวใจ
12.Get you
13.สุดหล่อขอเฮ้ว
14.พันธนาการรัก
15.เซ็กซี่บอดี้การ์ด
16.รักฤาเสน่หา
17.คัซซิโอะ
18.คลินิครัก
19.โซ่รักโซ่เสน่หา
20.จะรักเธอเสมอไป

แล้วก็มีกฎของการ์ตูน 4 ข้อ คือ


1.ห้ามมีฉากกอดจูบ

2.ห้ามมีฉากอาบน้ำ

3.ห้ามมีฉากที่ส่อไปในเรื่องทางเพศ

4.ห้ามใช้วาจาหรือสำนวนที่สองแง่สองง่ามส่อไปทางยั่วยุกามารมณ์

อันนี้คือเท่าที่มีข้อมูลนะคะ งืมๆๆ ยังไงขอบคุณ http://board.dek-d.com/board/view.php?id=463346สำหรับข้อมูลด้วยนะคะ

อ่านแล้วก็ยิ่งเครียด เฮ้อออ ทำไมรัฐบาลต้องมาจำกัดสิทธิการอ่านการ์ตูนของเด็กกันด้วยเนาะ แย่จริงๆเลย นี่แว่วๆมาเหมือนกันนะคะว่า เนกิมะ ละก็ GTO ก็จะโดนแบนเหมือนกันนะเนี่ย โอ้ๆๆๆ เอาเวลาไปดับไฟใต้กันดีกว่ามั๊ยคะ รัฐบาลขา...

เดี๋ยวอีกไม่นานนะ เอิร์ลว่า เมืองไทยคงจะเหลือแค่ โดเรมอน ให้อ่านกันละล่ะ (เอ๊...โดเรมอนก็มีฉากชิสุกะอาบน้ำนี่นา เหอะๆ) ว้ากกกกก ไม่ต้องมีการ์ตูนกานแล้ววววว สงสัยเดี๋ยวโคนัน คินดะอิจิ คงโดนแบนตามๆมา เพราะมีฉากพวกฆาตกรรม แง้ๆ แล้ว Kyo ล่ะ Deathnote อีก โอ้ๆๆๆๆ จะเหลืออะไรให้อ่านอีกมั๊ยคะท่านรัฐบาล... นี่มันประเทศประชาธิปไตยจริงๆรึเปล่านี่ = =" หรือประเทศไทยจะมีสิทธิได้ใช้แค่ "ประเทศกำลังพัฒนา" ซะแล้ววว เฮ้อ ...

2005/Oct/24

หวัดดีอีกครั้งขอรับ วันนี้ข้าน้อยอูหลง ขอพาทุกท่านผู้หลงใหลในรสชาติของชา ไปทำความรู้จักกับชนิดของใบชาต่างๆ และคราวนี้ขอเริ่มต้นด้วย ชาญี่ปุ่น ที่กำลังเป็นที่นิยมในขณะนี้กันนะขอรับ...

  • เอ... ชื่อ ชา นี้ มีที่มาจากไหนกันหนอ ?

ชา หรือ tea เครื่องดื่มที่ผู้คนบนผืนโลกชื่นชอบและรู้จักกันมานานนับพันปี เป็นผลผลิตจากใบของต้น Camellia sinensis พืชต้นเตี้ยที่มีใบสีเขียวสด ที่แต่เดิมตามธรรมชาติมีมากในแถบเทือกเขาทางตอนใต้ของประเทศจีน ต่อเนื่องไปตามแนวพรมแดนของประเทศเวียดนาม ลาว ไทย และอินเดีย

วิวัฒนาการของการเพาะปลูก ได้นำชาไปสู่พื้นที่เพาะปลูกที่กว้างขวางในนานาประเทศ ไม่ว่าจะเป็นในจีน ญี่ปุ่น อินเดีย ศรีลังกา อินโดนีเซีย และบางส่วนในแอฟริกา ซึ่งประเทศเหล่านี้ได้กลายเป็นแหล่งผลิตสำคัญของโลก

ขณะเดียวกันภูมิอากาศและช่วงเวลาเพาะปลูกที่แตกต่างกันของแต่ละแหล่งผลิต รวมถึงกระบวนการผลิตใบชาส่งผลให้เกิดรสชาติที่หลากหลายและเป็นเอกลักษณ์ของชาแต่ละชนิด ทำให้เกิดประเพณีนิยมเรียกชื่อชาตามแหล่งผลิต ไม่ว่าจะเป็น Assam Darjeeling Ceylon หรือในลักษณะของกระบวนการผลิตเช่น Black Tea (highly processed-fully fermented) Pu-erh (fully fermented) Oolong (semi-fermented) และ Green Tea (non-fermented)

โดยชาในแต่ละกลุ่มยังสามารถแยกย่อยไปตามคุณภาพของใบชาที่เก็บเกี่ยวและความละเอียดของขั้นตอนในการผลิต ขณะที่วิธีการปรับแต่งรสที่เกิดจากการนำชาผสมปรุงเข้ากับเครื่องเทศและพันธุ์ไม้อื่นๆ ที่ก่อให้เกิด ชา รสชาติแปลกใหม่ไม่รู้จบ

  • แล้ว เจ้า ชา เนี่ย มันแบ่งเป็นกี่แบบกันน้า ?

Blended Tea จากเดิมที่มักคุ้นเคยเฉพาะ Jasmine Tea ซึ่งเป็นการนำ semi-fermented tea ผสมเข้ากับกลิ่นและดอกมะลิ หรือ Earl Grey ที่เป็นการนำ black tea มาผสมกับกลิ่นจากน้ำมันมะกรูด ปัจจุบันผู้ผลิตชาบางแห่งนำ black tea มาผสมกับกลีบดอกทานตะวัน รวมเข้ากับผล passion fruit มะละกอ สับปะรด ฯลฯ เพื่อสร้างให้เกิดชารสแปลกใหม่แบบ fusion culture ด้วย

ในส่วนของชาเขียว (green tea) ซึ่งเป็นการเรียกรวมชาในกลุ่ม non-fermented มีกระบวนการผลิต 5 ขั้นตอน เริ่มจากการนำใบชาที่เก็บเกี่ยวสดๆ มาผ่านการอบไอน้ำที่อุณหภูมิ 95-100 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 30 วินาที เพื่อหยุดการทำงานของ enzyme และป้องกันการหมักตัวของชา หลังจากนั้นนำใบชา ไปหมุนปั่นเพื่อรีดน้ำออกโดยไม่ใช้ความร้อน เพื่อให้ใบชาอ่อนตัวแตกออกและกระจายความชื้น

จากนั้น ใบชา จะผ่านกระบวนการอบแห้งที่อุณหภูมิ 70-80 องศาเป็นเวลา 40 นาที เพื่อลดระดับความชื้นลงให้เหลือ 30% ในขั้นตอนแรก และอบแห้งให้ความชื้นลดลงเป็น 13% ในขั้นตอนที่สอง ก่อนที่จะลดความชื้นลงเหลือ 6% เป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนนำออกจำหน่าย

อย่างไรก็ดีชาเขียวมีการจำแนกแยกย่อยไปตามลักษณะของคุณภาพใบชา ที่เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนในการเพาะปลูกเลยทีเดียว เช่น Gyokuro ซึ่งถือเป็นใบชาเขียวคุณภาพดีที่สุด จะปลูกโดยไม่ให้ต้นได้รับแสงโดยตรงตลอดสองสัปดาห์ของการเพาะปลูก และมีรสหวานละมุนตามธรรมชาติ Kabuse เป็นใบชาคุณภาพใกล้เคียงกับ Gyokuro โดยมีระยะเวลาของการบังแสงลดลงเหลือเพียง 1 สัปดาห์

ขณะที่ Ten-cha หรือ Maccha เป็นชาคุณภาพที่ปลูกในที่ร่ม โดยได้รับแสงรำไร หลังเก็บเกี่ยวใบชาที่อบแล้วจะถูกนำไปผ่านกรรมวิธีเพื่อเอาเส้นแกนใบออก ก่อนจะนำไปบดและป่นจนเป็นผง เพื่อใช้ในพิธีชงชา (tea ceremony) ต่อไป

สำหรับชาเขียว Sencha ซึ่งเป็นใบชาเขียวยอดนิยมของชาวญี่ปุ่น เกิดขึ้นจากการนำใบชาคุณภาพดีมาผ่านกระบวนการอบไอน้ำ ซึ่งมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสีและลดความขมของชา ก่อนที่ใบชาชนิดนี้จะถูกนำไปบด และผ่านกระบวนการอบแห้ง และบรรจุหีบห่อเพื่อการจำหน่าย โดย 80% ของชาเขียวที่มีการบริโภคในญี่ปุ่นเป็น Sencha

ส่วนใบชาคุณภาพต่ำ ซึ่งผลิตจากใบชาใบใหญ่ที่โตเต็มที่และมีความกระด้าง จากผลของการเก็บเกี่ยวในช่วงฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วง แทนที่จะเก็บเกี่ยวในช่วงฤดูใบไม้ผลิ จะนำไปผลิตเป็น Bancha ซึ่งมีราคาถูก และเป็นประหนึ่งชาเขียวขั้นมูลฐาน

ประเภทของชาได้พัฒนาให้มีหลากหลายขึ้นอีกมากมายในปัจจุบัน ยังไม่นับรวมชาเขียวพร้อมดื่มที่ส่วนใหญ่เป็นการนำผงชาสกัด (green tea extract) มาเติมน้ำ ซึ่งยังอยู่ในขั้นตอนของการปรับแต่งกระบวนการผลิตให้มีรสชาติ สามารถเทียบเคียงกับการดื่มชาเขียวชงดื่มอย่างสดใหม่ด้วย

  • ประเภทของชา และคุณลักษณะบางประการ จ้า

Nonfermented

- Gyokuro : ชาคุณภาพดีเยี่ยม ปลูกในแปลงที่ไม่ได้รับแสงนาน 2 สัปดาห์ มีรสหวานละมุนตามธรรมชาติ


- Kabuse-cha : ชาคุณภาพเยี่ยมรองจาก Gyokuro แต่มีระยะเวลาในการ บังแสง สั้นกว่าเพียง 1 สัปดาห์


- Ten-cha (Maccha) : เป็นชาผง ที่ผลิตจากใบชาที่ปลูกในแปลงที่ได้รับแสงรำไรผ่านกรรมวิธีและบดป่นเป็นผง เป็นชา สำหรับใช้ในพิธีชงชา


- Sencha : ชาคุณภาพดี ซึ่งเป็นที่นิยมของคนญี่ปุ่น โดย 80% ของชาเขียวที่จำหน่ายกันอยู่เป็นชาในกลุ่มนี้


- Bancha : ชาคุณภาพต่ำ หรือชาพื้นบ้านที่มักใช้สำหรับเป็นเครื่องดื่มบริการฟรีตามร้านอาหารทั่วไป


- Genmai-cha : เป็นการนำ Bancha มาผสมกับ Sencha และเติมข้าวคั่ว ซึ่งทำให้มีกลิ่นหอมและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ


- Ureshino-cha : ชาเขียวที่ใช้วิธีคั่วในกระทะแทนการอบไอน้ำ เป็นชาเฉพาะที่โดดเด่นของจังหวัด Saga ซึ่งอยู่บนเกาะ Kyushu


- Aoyagi-cha : ชาที่มี สีฟ้า ผ่านกรรมวิธีการคั่วในกระทะเช่นกันผลิตในจังหวัด Miyazaki บนเกาะ Kyushu

Semifermented

- Pauchong : ชาจีนที่มีกลิ่นหอม จากผลของการคั่วในกระทะ


- Jasmine : ชาจีนที่ผ่านกรรมวิธีร่วมกับดอกบานของมะลิ ซึ่งทำให้มีกลิ่นหอมละมุนละไม


- Oolong : ชาจีนสีน้ำตาลใส ซึ่งมีปริมาณคาเฟอีน หนึ่งในสี่ถึงหนึ่งในสาม เมื่อเทียบกับกาแฟหนึ่งแก้ว

Fully fermented

- Black Tea : เป็นใบชาที่ได้จากแหล่งปลูกทั้งในจีน อินเดีย ศรีลังกา และประเทศอื่นๆ ก่อนจะนำมาผ่านกระบวนการผลิต โดย 80%ของชาที่มีการบริโภคในโลกเป็นชาในกลุ่มนี้

แล้วทุกท่าน ชอบชาแบบไหนกันล่ะขอรับ ?


Did you know? ทริป ทริค

CATECHIN

สารออกฤทธิ์ ที่พบอยู่ในใบชา ทั้ง green tea และ black tea โดยปริมาณของ catechin ใน green tea มีมากกว่า black tea เนื่องจากกระบวนการผลิต ซึ่งได้รับการยืนยันว่ามีสรรพคุณเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ(antioxidant) ที่สามารถชะลอความชราและต่อสู้กับโรคมะเร็งได้อย่างน้อยใน 3 ลักษณะ

(1) catechin ช่วยป้องกันการก่อตัวขึ้นของเซลล์มะเร็ง (2) กระตุ้นระบบการทำงานของร่างกายให้สามารถกำจัดหรือแปลงสภาพสารพิษภายในร่างกายไม่ให้ส่งผลเป็นอันตรายต่อสุขภาพ (detoxification) หรือ (3) หยุดยั้งภาวะการเติบโตของมะเร็ง

นอกจากนี้ในการศึกษาวิจัยในห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์ยังพบว่า catechin มีคุณสมบัติเป็นสารต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย และไวรัส รวมถึงการมีบทบาทในระบบความดันโลหิต และเป็นสารควบคุมปริมาณไขมัน cholesterol ไม่ให้เกิดไขมันอุดตันในเส้นเลือด ขณะเดียวกันยังช่วยลดแนวโน้มการเกิดขึ้นของลิ่มเลือดจากภาวะเลือดแข็งตัว ที่ส่งผลให้เกิดเป็นโรคหัวใจและภาวะหัวใจวายเฉียบพลันด้วย

คุณสมบัติอีกประการของ catechin ที่ได้รับการกล่าวถึงมากในห้วงปัจจุบันอยู่ที่ catechin เป็นสารที่ช่วยในการเผาผลาญไขมันส่วนเกิน ซึ่งได้รับการตีความจากกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการลดน้ำหนักว่า catechin ควบคุมน้ำหนักและทำให้มีรูปร่างเพรียวบางได้

ขณะที่การศึกษาวิจัยทางการแพทย์ด้านระบาดวิทยา ซึ่งแม้จะยังไม่สามารถสรุปเป็นข้อยืนยัน แต่รายงานการศึกษาหลายฉบับพยายามบ่งชี้ว่าประชากรกลุ่มที่ดื่มชาเขียวในปริมาณที่มากและต่อเนื่อง มีแนวโน้มจะมีอายุยืนยาวกว่ากลุ่มที่ไม่ได้ดื่ม

ผลการวิจัยในลักษณะดังกล่าวจะเกี่ยวเนื่องกับปริมาณและบทบาทของ catechin ที่ประกอบอยู่ในชาเขียวอย่างมีนัยสำคัญระดับใดยังต้องรอการทดสอบพิสูจน์ในทางวิทยาศาสตร์การแพทย์อีกมาก แต่ข้อเท็จจริงสำคัญที่เป็นพื้นฐานของชาเขียวมานานอยู่ที่เครื่องดื่มชาเขียวไม่มีส่วนประกอบของน้ำตาล

เอาล่ะ... วันนี้มาในเชิงวิชาการกันเล็กน้อย สำหรับคราวหน้า ยังคงเป็นของฝากแด่ผู้ชื่นชอบการดื่มชา อูหลงจะแนะนำทริปเล็กๆ เวลาชงชาให้รสชาติดีมาฝากนะขอรับ

ซู้ดดดด.... อาหย่อยจังเน้อ

2005/Oct/23

หวัดดีค่า เพื่อนๆทุกคน วันนี้ข้าน้อยอูหลง ขอพาเพื่อนๆไปทำความรู้จักกับ ญาติของข้าน้อย ไม่ใช่ใครอื่น ก็ ใบชาอูหลง นี่แหละ

เรามาดำดิ่งสู่ยุคประวัติศาสตร์จีนกันนนน

ชาอูหลงที่คนไทยรู้จักกันดีเป็นชาที่นิยมโดยทั่วไปของชาว เมืองเซี่ยเหมิน ชาอูหลงได้มาจากกรรมวิธีที่ผสมผสานวิธีการทำชา เขียวกับชาแดง ทั้งมีรสเข้มของชาแดงและมีกลิ่นหอมหวนของชา เขียว นอกจากนั้น ชาอูหลงยังมีสรรพคุณในการลดไขมันในเส้นเลือด ลดความอ้วนและเสริมสุขภาพ เป็นต้น ในประเทศญี่ปุ่น ชาอูหลงถูกเรียกว่า "ชาเสริมสวย" "ชาที่ทำให้มีความแข็งแรง"

นามนี้ท่านได้แต่ใดมา ?

ชื่อของชาอูหลงมีความเป็นมาเกี่ยวกับบุคคลคนหนึ่ง ในรัช สมัยหย่งเจิ้งของสมัยราชวงศ์ชิงศตวรรษที่17ในอำเภออันเซี่ยนมณฑล ฮกเกี้ยนมีเกษตรกรที่ปลูกชาคนหนึ่ง มีชื่อเรียกว่า "ซูหลง" เนื่องจากเขามีตัวสูงใหญ่และผิวคล้ำ ชาวบ้านทั่วไปต่างเรียกเขาว่า "อูหลง"หรือ "มังกรดำ" ฤดูใบไม้ผลิปีหนึ่ง หนุ่มอูหลงไปเก็บใบชาที่ส่วนชาบนภูเขา พอถึงตอนเที่ยง มีกวางตัวหนึ่งได้่วิ่งผ่านมาข้างๆตัวเขา หนุ่มอูหลงรีบใช้ปืนล่าสัตว์ยิง กวางตัวนั้นตายและนำกลับบ้าน เมื่อถึงบ้านก็ค่ำแล้ว คนในครอบครัว ต่างสนุกสนานกับการชิมเนื้อกวางที่แสนอร่อย จนลืมเรื่องผัดใบชา เช้าวันรุ่งขึ้น คนในครอบครัวต่างไปผัดใบชาที่เก็บมาในวันก่อน จึงเกิดเรื่องที่นึกไม่ถึงขึ้น ใบชาที่ค้างคืนพอผัดมาแล้ว ส่งกลิ่นหอมเบาๆ มีรสชาติดีเป็นพิเศษ ส่วนรสฝาดและขมที่ปกติมีอยู่ นั้นกลับหายไปหมด ต่อมา ด้วยการคิดค้นและ การทดลองครั้งแล้วครั้งเล่าของคนในครอบครัวหนุ่มอูหลง จึงได้ผลิต ชาอูหลงที่มีคุณภาพดีจนสำเร็จในที่สุด อำเภออันเซี่ยนซึ่งเป็นบ้านเกิด ของหนุ่มอูหลงก็กลายเป็นแหล่งกำเนิดของชาอูหลง

โอ้.... เป็นไงกันบ้างขอรับ กับตำนานของใบชาอูหลง

สำหรับใครที่ชื่นชอบการดื่มชา คราวหน้าข้าน้อยจะมาแนะนำชนิดของใบชาและความเข้ม-อ่อน ที่เหมาะกับแต่ละคนนะขอรับ

ที่มา http://th.chinabroadcast.cn/1/2005/08/25/21@51702.htm